การช้อปปิ้งนั้นเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยระบายความเครียดให้กับใครหลาย ๆ คน เพราะเมื่อได้ออกไปใช้จ่าย และได้ของที่ต้องการมาอยู่ในมือ ก็ทำให้คนเรารู้สึกดีที่ได้ควบคุมอะไรสักอย่างและเป็นเจ้าของมันได้ แต่การช้อปนั้นจะสนุกก็ต่อเมื่อคนเรามีเงินมากเพียงพอ และไม่ไปกระทบต่อสภาพการเงินของนักช้อปหลังจากนั้น
หลาย ๆ คนที่ชื่นชอบการช้อปปิ้ง ก็อาจจะเคยเจอกับปัญหาทางการเงินมาบ้าง เนื่องจากการช้อปเพลินจนเกินพิกัดของตนเอง แต่เมื่อรู้ตัวแล้วก็แนะนำให้กลับมาตั้งสติและวางแผนทางการเงินให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก แต่ก็มีอีกหลายคนเช่นกันที่ถึงจะรู้ตัวว่าเริ่มมีปัญหาทางการเงินเกิดขึ้นแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมตัวเองให้หยุดช้อปกระจายได้ อาการนี้อาจเรียกว่าอาการเสพติดการซื้อ หรือ Shopaholic นั่นเอง อาการนี้เป็นยังไงกันนะ?
อาการ Shopaholic ที่แฝงอยู่ในคนชอบซื้อ
- รู้สึกดีที่ได้เลือกและซื้อของ
อาการโดยเบื้องต้นที่มักจะพบได้ทั่วไปในหมู่คนชอบซื้อก็คือการที่คุณรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้เดินชมสินค้าที่วางเรียงรายอยู่บนเชลฟ์ในห้างสรรพสินค้า หรือแม้แต่การเลื่อนดูสินค้ามากมายในร้านค้าออนไลน์ และจะมีความสุขยิ่งขึ้นเมื่อได้ซื้อสิ่งของเหล่านั้น แม้ว่ามันจะไม่ใช่ของที่อยากได้หรือคิดว่าจะซื้อตั้งแต่ต้นเลยก็ตาม
- ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้
หากบ้านของคุณมีสินค้าที่ซื้อมาแล้วก็ถูกวางกองไว้ในบ้าน โดยที่ไม่ถูกหยิบมาใช้ หรือไม่รู้ว่าจะซื้อมาทำไม แค่ตอนนั้นอยากจะซื้อ ก็เลยเอามาก่อน อาจจะเพราะราคาถูก หรือโปรโมชั่นที่แถมเยอะ เลยดึงดูดให้คุณเลือกสินค้านั้นมา แต่ในความเป็นจริงแล้วคุณแทบไม่ได้แตะของชิ้นนั้นอีกเลย ก็คงเป็นการเสียเงินที่สูญเปล่า
- ซื้อแล้วต้องซ่อนคนในครอบครัว
หากคุณซื้อของบ่อยจนเริ่มรู้สึกว่ากลัวคนในครอบครัวบ่น หรือซื้อของมาเยอะมากจนต้องซ่อนเพื่อหลีกเลี่ยงการโดนซักถามหรือโดนว่ากล่าวจากคนในครอบครัว นั่นก็แปลว่าการซื้อของของคุณนั้นเกิดขึ้นบ่อยจนเกินไป และของเหล่านั้นก็ดันไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นต้องใช้ หรือเป็นสิ่งที่คนอื่นก็ไม่สามารถใช้ได้ด้วย จึงหลีกเลี่ยงที่จะให้คนอื่นเห็น
- ซื้อซ้ำ
หลายคนอาจจะสนุกกับการช้อปปิ้งจนมีการซื้อสินค้ามาซ้ำเดิม แม้จะเคยซื้อมาแล้ว ซึ่งพฤติกรรมนี้มักจะเกิดขึ้นกับคนที่ไม่มีเช็กลิสต์สำหรับการช้อป และไม่มีจุดมุ่งหมายในการซื้อของ จึงทำให้หยิบสินค้ามาโดยที่ไม่รู้ว่ามีหรือไม่มี เป็นการเปลืองเงินโดยใช่เหตุ
พฤติกรรมเหล่านี้อาจไม่ได้รุนแรงมากถึงขั้นทำลายสุขภาพ แต่ก็ไม่ควรปล่อยไว้นาน ๆ โดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้สึกตัว เพราะการที่เสพติดการซื้อจนเกินไปก็อาจส่งผลกระทบต่อสภาพการเงิน และอาจทำให้เกิดหนี้ก้อนโตขึ้นได้
